อากาศประเทศไทยมันช่างร้อนอบอ้าวจนพัดลมก็เอาไม่อยู่ จึงทำให้ทุกคนต่างก็พากันซื้อ เครื่องปรับอากาศ มาไว้ที่บ้านเพื่อคลายความร้อนใช่ไหมล่ะคะ ซึ่งเจ้าเครื่องนี้ก็ได้กลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ขาดกันไม่ได้เลย แต่คุณรู้หรือไม่เครื่องปรับอากาศที่ใช้กันเพื่อคลายร้อน หากไม่ได้ทำความสะอาดเป็นเวลานาน ๆ เจ้าเครื่องนี้คือแหล่งสะสมเชื้อโรคต้นเหตุของโรคร้ายต่าง ๆ ส่วนโรคร้ายที่เกิดจากเครื่องปรับอากาศจะมีโรคอะไรบ้าง ตามไปศึกษาข้อมูลพร้อมกันได้เลยค่ะ

8 โรคอันตรายจาก “เครื่องปรับอากาศ” หากไม่ล้างเป็นเวลานาน อาจเกิดภัยร้ายที่คุณคาดไม่ถึง!

                8 โรคอันตราย หากไม่ล้างแอร์เป็นเวลานาน

1. โรคลีเจียนแนร์

                เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อลีจิโอเนลลา โดยการสูดหายใจเอาเชื้อที่ปนเปื้อนอยู่ในละอองฝอยน้ำเข้าสู่ร่างกาย ส่วนอาการคือจะมีไข้ขึ้นสูง ไอ หนาวสั่น ลักษณะโรคลีเจียนแนร์จะเป็นชนิดแบบรุนแรง จึงมีภาวะปอดอักเสบด้วย ทำให้การหายใจล้มเหลวและมีอัตราการเสียชีวิตสูง

2. โรคไข้ปอนเตียก

                สำหรับโรคไข้ปอนเตียก ก็เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อลีจิโอเนลลาเช่นกัน แต่ไม่รุนแรงเมื่อเทียบกับโรคลีเจียนแนร์ เพราะโรคไข้ปอนเตียกมักจะหายเองภายใน 2-5 วัน แม้จะไม่ได้รับการรักษา ส่วนลักษณะอาการจะคล้ายกับไข้หวัดใหญ่

8 โรคอันตรายจาก “เครื่องปรับอากาศ” หากไม่ล้างเป็นเวลานาน อาจเกิดภัยร้ายที่คุณคาดไม่ถึง!

3. โรคระบบทางเดินหายใจ

                ห้องแอร์จะปิดประตูหน้าต่างสนิท ทำให้เชื้อโรคสามารถ เจริญเติบโตได้ดี และหากอยู่ในห้องแอร์ ที่เปิดอุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศา อากาศภายในห้องก็จะแห้งทำให้เซลล์ต่าง ๆ อย่างเซลล์เยื่อบุโพรงจมูกแห้งลงกว่าเดิมด้วย ดังนั้นผู้ที่อยู่ในห้องแอร์นาน ๆ จึงอาจจะป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจได้ เช่น หวัด ภูมิแพ้ เป็นต้น

4. โรคปอดอักเสบ

                ในช่วงหน้าร้อน หลายคนต้องเปิดแอร์เพื่อคลายความร้อน ทั้งที่ทำงาน ที่บ้าน โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ซึ่งอาจแฝงไปด้วยภัยร้าย เพราะในแอร์มีความชื้นอยู่ ทั้งตัวแอร์และท่อของแอร์ ที่ก่อให้เกิดการเจริญเติบโตของเชื้อโรค ไม่ว่าจะเป็นเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อรา ซึ่งหากหายใจเอาฝอยละอองน้ำ ที่มีเชื้อนี้ปนเข้าไปจะ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ จนเป็นต้นเหตุ ของการป่วยเป็นโรคปอดอักเสบ

5. โรคภูมิแพ้

                ง่าย ๆ เลย แอร์เป็นอุปกรณ์หนึ่งที่ต้องมีการดูแลทำความสะอาด อย่างสม่ำเสมอ หากขาดการดูแลที่ดี อาจเป็นส่วนแพร่เชื้อโรค และเป็นที่รวบรวมเอาฝุ่นมากองรวมกันไว้ได้มากที่สุด ใครที่แพ้ฝุ่นอยู่แล้วคงยิ่งไปกันใหญ่ เพราะฉะนั้นควรหมั่นตรวจสอบที่กรองอากาศในแอร์อยู่เป็นประจำ หรืออย่างน้อยทุก 3-6 เดือน

6. ผื่นผิวหนัง

                นอกจากเชื้อโรค ที่มาพร้อมกับกลิ่นอับ ๆ ของที่กรองอากาศภายในแอร์ ที่เป็นสัญญาณ บอกว่าคุณควรทำความสะอาดแอร์ ของคุณได้แล้วนั้น ยังมีอากาศ ที่ทั้งแห้ง ทั้งเย็น ที่อาจเป็นตัวเร่ง ทำให้ผู้ป่วยโรคผื่นผิวหนัง มีอาการกำเริบขึ้นได้ง่ายๆ เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นนอกจาก ทำความสะอาดแอร์แล้ว ลองปรับอากาศไม่ให้เย็น จนเกินไป และทาครีม เพื่อรักษาความชุ่มชื่น ของผิวหนัง เอาไว้บ้าง จะช่วยลดอากาศผื่นผิวหนัง ได้บ้างค่ะ

7. โรคตึกเปนพิษ

                เคยได้ยินโรคนี้ไหมเอ่ย เป็นหนึ่งในกลุ่มของออฟฟิศซินโดรมที่มีอาการวิงเวียนศีรษะ หรือคลื่นไส้ ตาลาย เพียงเพราะบรรยากาศภายในตึกทำงาน หรือในออฟฟิศ จริง ๆ แล้วอากาศที่ไม่ถ่ายภายในออฟฟิศก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเหล่านี้ขึ้นได้เช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นอากาศเย็น ๆ ที่ออกมาจากสารระเหยของสีทาผนัง เครื่องถ่ายเอกสาร หรือฝุ่นในแอร์ และพรม ก็เป็นตัวเร่งอาการของโรคนี้ได้เช่นกัน

8. โรคอ้วน

                เพราะอากาศเย็น ๆ ที่มาจากแอร์นี่แหละ ที่ทำให้เรามีโอกาสที่จะมีอาการเนื่องๆ ซึมๆ ขี้เกียจลุกไปทำอะไรต่ออะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทานอาหารเสร็จก็นั่งแช่อยู่ที่โซฟา หรือเคลื่อนตัวไปนอนที่เตียงโดยทันที ขาดการทำกิจกรรมที่ช่วยเผาผลาญพลังงานอย่าง การทำงานบ้าน หรือการออกกำลังกาย

8 โรคอันตรายจาก “เครื่องปรับอากาศ” หากไม่ล้างเป็นเวลานาน อาจเกิดภัยร้ายที่คุณคาดไม่ถึง!

                วิธีทำความสะอาดแอร์ให้สะอาด ปลอดภัยต่อร่างกาย

                แอร์ที่ใช้ทั่วไปจะมี 2 ระบบ คือ

  • แอร์แบบระบบรวม เมื่อไม่ได้ใช้ควรปล่อยน้ำทิ้งจากหอหล่อเย็นให้แห้งหลังจากนั้นก็ทำความสะอาด และใช้น้ำยาที่ผสมคลอรีนที่มีความเข้มข้น 10 ppm เข้าไปที่ท่อผึงเย็นให้ทั่วถึง ทั้งระบบอย่างน้อย 3-6 ชั่วโมง แล้วรักษาระดับคลอรีนให้มีความเข้มข้นไม่น้อยกว่า 0.2 ppm โดยการทำความสะอาดหอหล่อเย็นอย่างน้อย 1-2 ครั้งต่อเดือน
  • แอร์ในห้องพัก ควรทำความสะอาดถาดรองทุก ๆ 1-2 สัปดาห์ เพื่อไม่ให้มีตะไคร่เกาะ และเมื่อเปิดแอร์ควรสังเกตว่าอากาศที่ออกมาจากแอร์มีกลิ่นเหม็นหรือมีกลิ่นอับหรือไม่ หากมีกลิ่น ในเบื้องต้นควรล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศที่อยู่ในแอร์ด้วยน้ำสบู่หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค หากล้างทำความสะอาดแล้วกลิ่นไม่หาย ควรเรียกช่างเพื่อทำความสะอาดเต็มระบบ

                คำแนะนำจากกรมอนามัย ควรล้างทำความสะอาดแอร์เมื่อไหร่?

                แอร์แบบระบบรวม เมื่อไม่ได้ใช้ควรปล่อยน้ำทิ้งจากหอหล่อเย็นให้แห้ง หลังจากนั้นก็ทำความสะอาดและใช้น้ำยาที่ผสมคลอรีนที่มีความเข้มข้น 10 ppm เข้าไปที่ท่อผึงเย็นให้ทั่วถึง ทั้งระบบอย่างน้อย 3-6  ชั่วโมง แล้วรักษาระดับคลอรีนให้มีความเข้มข้นไม่น้อยกว่า 0.2 ppm โดยการทำความสะอาดหอหล่อเย็นอย่างน้อย 1-2 ครั้งต่อเดือน แอร์ในห้องพัก ควรทำความสะอาดถาดรองทุก ๆ 1-2 สัปดาห์ เพื่อไม่ให้มีตะไคร่เกาะและเมื่อเปิดแอร์ ควรสังเกตว่าอากาศที่ออกมาจากแอร์ มีกลิ่นเหม็นกลิ่นอับหรือไม่ หากมีกลิ่นในเบื้องต้นควรล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศที่อยู่ในแอร์ ด้วยน้ำสบู่หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค หากล้างทำความสะอาดแล้วกลิ่นไม่หาย ควรเรียกช่างเพื่อทำความสะอาดเต็มระบบ ซึ่งการล้างแอร์เต็มระบบควรล้างอย่างน้อยปีละครั้ง แต่หากใช้เป็นประจำควรล้างอย่างน้อย 6 เดือนต่อครั้ง เพราะนอกจากลดเชื้อโรคแล้ว ยังช่วยประหยัดไฟฟ้าได้อีกด้วย

                และทั้งหมดนี้ คือ 8 โรคอันตราย ที่เกิดจากการไม่ล้าง เครื่องปรับอากาศ เป็นเวลานาน ๆ เพราะเครื่องปรับอากาศเปรียบเสมือนเครื่องฟอกอากาศ ถ้าเครื่องฟอกสกปรก เราก็จะได้รับอากาศที่สกปรกไปด้วย หากไม่ทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ เจ้าเครื่องนี้ก็คือแหล่งกระจายเชื้อโรคให้เข้าสู่ร่างกายของคุณนั่นเอง ดังนั้นควรหมั่นทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศอย่างส่ำเสมอ เพื่อให้อากาศภายในบ้านเป็นอากาศที่บริสุทธิ์นะคะ

ปลูกผักสวนครัวในร่ม เค้าทำกันยังไง เรามีคำตอบ! การปลูกผักหลายคนอาจจะคิดว่า มันเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก แต่หารู้มั้ยว่า การปลูกผักนั้นง่ายนิดเดียว ซึ่งมันจะดีกว่าการไปซื้อกินเองที่ตลาดเอามาก ๆ เลยล่ะค่ะ เพราะเราไม่รู้เลยว่า ผักนั้นมีสารอะไรบ้าง เวลาล้างแล้วนำมารับประทาน จะล้างสะอาดมั้ย แต่ถ้าหากว่าปลูกทานเอง รับรองว่าปลอดสาร 100 %

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม : รวม 9 จุดเช็คอินแม่ฮ่องสอน ที่คุณไม่ควรพลาด!!